เกาะ THOUSAND ISLANDS

สำหรับท่านที่รักสุขภาพ และโปรดปรานสลัดผัก คงไม่มีใครไม่รู้จักเทาส์ซันไอซ์แลนด์ น้ำสลัดสีส้มรสชาติอมเปรี้ยวนิดๆ ที่ใครหลายคนยกให้เป็นสุดยอดของน้ำสลัด ที่ไม่ว่าจะทานกับผักชนิดใด ก็ทำให้สลัดจานนั้นอร่อยเกินคำบรรยาย ทว่า…ท่านทราบหรือไม่ว่าเทาส์ซันไอซ์แลนด์นั้นมีอยู่จริง และก็เป็นสุดยอดของสถานที่ ที่ไม่ว่าใครได้ไปเยี่ยมเยียน ก็ต้องตกหลุมรักเข้าทุกราย

เทาส์ซันไอซ์แลนด์ (THOUSAND ISLANDS) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในรัฐออนแทรีโอ (ONTARIO) ประเทศแคนาดา มีขนาดกว้างใหญ่ถึง 40 ตารางไมล์ มีลักษณะทางกายภาพเป็นเกาะหินแกรนิตที่มีน้ำจืดล้อมรอบ และต่อมาเกิดการทรุดตัวของหิน ทำให้เกิดเป็นเกาะแก่งน้อยใหญ่ที่สวยงามมากมายถึง 1,864 เกาะ จนได้ชื่อว่า เทาส์ซันไอซ์แลนด์ (THOUSAND ISLANDS) หรือดินแดนพันเกาะในภาษาไทย

การเดินทางครั้งนี้ เราจะพาท่านลงเรือล่องไปตามสายน้ำที่ทอดยาวสุดลูกตา ตลอดทางมองเห็นบ้านเรือนทรงสวยตั้งเรียงรายตามเกาะต่างๆ บ้างก็เป็นโรงแรม บ้างก็เป็นร้านค้า สักพักเราก็มาถึงไฮไลท์ของหมู่เกาะแห่งนี้ นั่นก็คือ BOLDT CASTLE ปราสาทในฝันแสนสวยที่ตั้งตระหง่าน โดดเด่นเห็นแต่ไกล อันเป็นอนุสรณ์แห่งความรักของ BOLDT ที่มอบให้แด่ LOUISE ภรรยาสุดที่รักของเขา

ปราสาทสุดอลังการแห่งนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 1900 แต่เพียงสี่ปีให้หลังภรรยาของเขาก็ได้เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน ทำให้ BOLDT ปวดร้าวกับเหตุการณ์นี้เป็นอย่างมาก จนเขาไม่สามารถจินตนาการถึงปราสาทในฝันที่ไม่มีภรรยาผู้เป็นดั่งดวงใจของเขาได้ เขาจึงสั่งระงับการสร้าง และไม่เคยกลับไปที่นั้นอีกเลย กระทั่งปี 1977 มีการปรับปรุง และต่อเติมปราสาทแห่งความรักแห่งนี้ให้เสร็จสมบูรณ์ โดยปัจจุบันเปิดบริการให้ผู้คนเข้าเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมที่แสนยิ่งใหญ่ และสัมผัสถึงเรื่องราวความรักอันแสนทรมานที่แอบซ่อนไว้ทุกซอกมุมหิน

ต่อกันด้วย WELLESLEY ISLAND STATE PARK ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับครอบครัวเป็นที่สุด ที่ PARK นี้มีกิจกรรมมากมายให้คุณพ่อ,คุณแม่และเด็กๆได้ร่วมสนุกกัน ไม่ว่าจะเป็นตกปลา ปีนเขา ขี่จักรยาน พายเรือคายัค รวมถึงการแคมป์ปิ้งริมน้ำ เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาของครอบครัวที่จะมีแต่เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มแห่งความสุขเท่านั้น

ก่อนกลับต้องไม่พลาดไปเยี่ยมชมโรงไวน์ชั้นเลิศต่างๆ ตามเส้นทาง THOUSAND ISLANDS-SEAWAY WINE TRAIL ที่ขึ้นชื่อว่ามีไวน์รสเลิศที่เข้ากับบรรยากาศที่เลิศรสของ THOUSAND ISLANDS เป็นอย่างดี เชื่อว่าดินแดนพันเกาะแห่งนี้จะทำให้ช่วงวันพักผ่อนของทุกท่านพิเศษกว่าครั้งไหน

อุทยานแห่งชาติโยโฮ (YOHO NATIONAL PARK) ประเทศแคนาดา ถ้าเปรียบ “BANFF NATIONAL PARK” ที่โด่งดังเป็นไวน์ขาวชั้นดีของเทือกเขาแคนาเดี้ยน ร็อคกี้ (CANADIAN ROCKY MOUNTAINS) อุทยานแห่งชาติโยโฮ (YOHO NATIONAL PARK) ก็คงเป็นสเต็กเนื้อชั้นเลิศที่ต้องทานคู่กันเพื่อรสชาติที่สมบูรณ์ที่สุด

หากท่านมีโอกาสไปเยี่ยมเยือนอุทยานแห่งชาติ BANFF ที่โด่งดังของเทือกเขาแคนนาเดียนร็อคกี้แล้ว ก็ต้องไม่พลาดอุทยานแห่งชาติโยโฮ (YOHO NATIONAL PARK) เช่นกัน อุทยานแห่งนี้ตั้งขึ้นเมื่อปี พ. ศ. 2429 โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อดูแลรักษาภูมิทัศน์ และความสมบูรณ์ของธรรมชาติไว้ คำว่า YOHO มาจากภาษา CREE แปลว่า ทำให้ตกใจ/ประหลาดใจ อุทยานแห่งนี้แม้จะเป็นอุทยานขนาดเล็กที่สุดในแทบเทือกเขาร็อคกี้ แต่ก็เต็มไปด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติที่จะทำให้ท่านตื่นตาตื่นใจตลอดการเดินทางสมกับชื่อ YOHO

อุทยานแห่งชาติโยโฮ (YOHO NATIONAL PARK) เป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด มีสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น หมี กวาง หมาป่า และแพะภูเขาจำนวนมาก โดยแถว YOHO VALLEY ถือว่าเป็นจุดที่ดีที่สุดในการดูแพะภูเขา เมื่อเดินต่อไปอีกหน่อยก็จะเป็นจุดชมนกมากกว่า 200 ชนิด ทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ เช่น นกเหยี่ยว นกอินทรี และนกน้ำประเภทต่างๆ

ไฮไลต์ที่น่าทึ่งที่สุดของอุทยานแห่งชาติโยโฮ (YOHO NATIONAL PARK) ก็คือ TAKAKKAW FALLS น้ำตกที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของแคนาดา เจ้าของความสูง 384 เมตรโดยคำว่า TAKAKKAW เป็นคำที่มาจากภาษา CREE เช่นกัน แปลว่า “สวยงาม” ซึ่งแน่นอนว่าชื่อ TAKAKKAW ก็คงการันตีได้อย่างชัดเจนว่าน้ำตกแห่งนี้มีความสวยงามมากเพียงใด

อีกทั้งยังมีทะเลสาบมรกต (EMERALD LAKE) ที่น้ำสีเขียวใสราวกับเป็นบ่ออัญมณีล้ำค่าที่ถูกคุ้มครองรักษาไว้โดยขุนเขาสูงใหญ่ อันเป็นสถานที่ยอดนิยมในการพายเรือแคนู เพื่อซึมซับอากาศบริสุทธิ์ และความสวยงามของอัญมหณีทางธรรมชาติแห่งนี้อย่างใกล้ชิดที่สุด

และอย่าลืมแวะไปที่สะพานธรรมชาติ (NATURAL BRIDGE) ซึ่งเป็นสะพานข้ามน้ำที่เกิดจากการกัดเสาะของน้ำ เป็นเสมือนของขวัญชิ้นพิเศษจากธรรมชาติที่มอบไว้ให้อุทยานแห่งชาติโยโฮ (YOHO NATIONAL PARK)

ท่านสามารถมาเยือนอุทยานแห่งนี้ได้ตลอดทั้งปี เพราะความสวยงามทางธรรมชาติของที่นี้จะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปตามแต่ฤดูกาล เช่น ในช่วงฤดูหนาว ซึ่งกินเวลาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนมีนาคม สถานที่นี้จะกลายเป็นจุดหมายยอดฮิตสำหรับการเล่นสกีและสโนว์ชูส์ ในเดือนพฤษภาคมหุบเขาด้านล่างจะเริ่มกลายเป็นสีเขียวชอุ่ม ความชุ่มชื้น และอบอุ่นเริ่มแผ่ตัวเข้ามาปกคลุมอุทยาน

ภายในกลางเดือนกรกฎาคม จะเป็นเวลานัดหมายของดอกไม้ป่านานาพันธุ์ที่จะออกดอกชูช่อต้อนรับผู้มาเยือนอย่างพร้อมเพรียงกัน และในเดือนกันยายนต้นสน SUBALPINE จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ตัดกับฉากหลังสีเขียวของเทือกเขา และสีฟ้าของท้องฟ้าเบื้องบน เป็นความสวยงามที่กำลังรอให้ท่านมาเยี่ยมเยือนสักครั้ง