Category Archives: ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ความเป็นมาของนาฬิกาสวิตเซอร์แลนด์

นาฬิกาสวิส ทุกคนต่างยกย่องว่าเป็นนาฬิกาอันดับหนึ่งของโลก แต่อาจมีไม่มากนักที่จะรู้ประวัติความเป็นมาของนาฬิกาสวิสอันเลื่องชื่อ เริ่มเดิมทีสวิสไม่ใช่ประเทศแรกที่เป็นผู้คิดค้นสร้างนาฬิกา เพราะประเทศที่คิดค้นเป็นประเทศแรกๆ นั้น คือ อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และเนเธอร์แลนด์ สมัยนั้นนาฬิกาเป็นเครื่องประดับชั้นสูง จะมีใช้กันในชนชั้นเจ้านายและราชวงศ์ รวมทั้งผู้ดีมีเงิน หรือไม่ก็เพื่อเป็นเครื่องมือที่ใช้ในทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น

ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ราวศตวรรษที่ ๑๗ “ชอง คาลแวง (Jean Calvin)” ได้ออกกฏห้ามไม่ให้มีการโอ้อวดเรื่องความร่ำรวย และบังคับผู้ผลิตอัญมนีต่างๆ ให้ไปฝึกทำนาฬิกาแทน โดยเริ่มที่เมืองเจนีวา ซึ่งสมัยนั้นช่างจากสวิสต้องเดินทางไปศึกษาการทำนาฬิกาจากต่างประเทศ

ช่างที่มีฝีมือและโด่งดังมากที่สุดคนหนึ่งสมัยนั้นคือ Abraham-Louis Breguet (1747-1823) เกิดที่นูชาเต็ล และได้ไปอบรมที่แวร์ซายล์ จากนั้นเขาก็ไปลอนดอนอยู่หลายปี และได้กลับมาผลิตนาฬิกาขายอยู่ปารีส “เบรเกะต์” คือผู้ประดิษฐ์นาฬิกาที่ยิ่งใหญ่แห่งยุคสมัยเลยทีเดียว

ช่างประดิษฐ์ชาวสวิส โดยเฉพาะชาวเจนีวา คือช่างประดิษฐ์นาฬิกาที่ขึ้นชื่ออย่างมาก นอกจากนั้น ชาวสวิสยังเก่งเรื่องการทำการค้า ซึ่งการประดิษฐ์นาฬิกาของชาวสวิสในยุคแรกๆ เน้นการส่งออกโดยเฉพาะ จึงทำให้นาฬิกาของชาวสวิสนั้นแพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว

เริ่มแรกชาวสวิสได้ประดิษฐ์นาฬิกาลอกเลียนแบบจากฝรั่งเศส และอังกฤษเป็นหลัก โดยจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่า แต่ใช้การผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า ด้วยความชำนาญทางด้านการค้าของชาวสวิส ทำให้ธุรกิจนาฬิกาเจริญรุ่งเรื่องอย่างรวดเร็ว เมื่อธุรกิจเจริญขึ้น ชาวสวิสก็เลิกประดิษฐ์นาฬิกาลอกเลียนแบบ โดยหันมาออกแบบเอง

ชิ้นส่วนของนาฬิกาจะจ้างช่างฝีมือตามบ้าน หรือโรงงานเล็กๆ ในรอบๆ มณฑลเจนีวา หลังจากนั้นชิ้นส่วนก็จะถูกส่งไปให้ช่างฝีมือในเจนิวาประกอบขึ้นเป็นตัวนาฬิกา กล่าวกันว่า ราคาชิ้นส่วนของนาฬิกานั้นแสนจะถูกเมื่อเทียบกับราคาการผลิตขั้นตอนอื่นๆ ต้นทุนที่แพงที่สุดคือค่าแรงของช่างประดิษฐ์ ที่ต้องปราณีต สวยงาม แม่นยำที่สุด ชิ้นส่วนบางชิ้นเล็กมาก ถึงขั้นต้องใช้แว่นขยายในการประกอบลงในตัวเรือนนาฬิกา

นาฬิกาสวิสหนึ่งเรือนจะใช้ชิ้นส่วนการประกอบประมาณ 200-300 ชิ้น แต่นาฬิกาบางเรือนใช้ถึง 1,500 กว่าชิ้น เลยทีเดียว ซึ่งในสมัยนั้นนาฬิกายังเป็นเครื่องประดับประจำบ้านเรือน จนมาถึงศตวรรษที่ ๒๐ จึงค่อยมีนาฬิกาแบบพกพา โดยมีสร้อยห้อยติดไว้กับกระเป๋า หรือแขวนไว้กับส่วนต่างๆ ของร่างกาย นาฬิกาสมัยนั้นเปรียบดังเครื่องประดับชิ้นหนึ่งของร่างกาย เพราะนาฬิกาสวิสจะมีการประดับตกแต่งตัวเรือนแบบวิจิตร สวยงาม นาฬิกาจากกรุงเจนิวาจึงเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก

ในตอนกลางศตวรรษที่ ๑๙ ธุรกิจนาฬิกาของชาวสวิสก็แซงหน้าอังกฤษ แต่มีคู่แข่งใหม่คือนาฬิกาอเมริกัน ที่สามารถผลิตนาฬิกาที่แม่นยำ และผลิตได้ครั้งละจำนวนมากๆ อีกทั้งสามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆ ของนาฬิกาได้ จึงทำให้ธุรกิจนาฬิกาของสวิสในช่วงนั้นตกลงพอสมควร

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์จึงเร่งพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตนาฬิกา โดยเน้นเรื่องความแม่นยำ เพิ่มการบอกวันที่และเดือนเข้าไปด้วย ในช่วงทศวรรษ ๑๙๒๐ นาฬิกาสวิสเป็นเจ้าแรกที่ประดิษฐ์ออกมาให้สามารถกันน้ำได้

ศตวรรษที่ ๒๐ เมืองนูชาเต็ล Neuchâtel มีการคิดค้นนาฬิกาคว้อตซ์ขึ้น แต่ไม่มีการพัฒนาทางการค้า จึงทำให้ญี่ปุ่นและอเมริกานำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ก่อนจนมีการเข้าใจว่าสองประเทศนี้คือผู้ริเริ่มนาฬิกาคว้อตซ์ เพราะในตอนนั้นชาวสวิสมุ่งแต่เรื่องการพัฒนาแต่นาฬิกาไขลานเป็นหลัก จนส่งผลให้ธุรกิจนาฬิกาในสวิสตกต่ำลงอีกอย่างมาก

นักธุรกิจชาวสวิสจึงเริ่มเปลี่ยนแนวทางการตลาดของนาฬิกา โดยการออกแบบและผลิตนาฬิกา Swatch ขึ้น ซึ่งใช้เทคโนโลยีคว้อตซ์ เป็นนาฬิการาคาถูก ส่งออกมาขายเป็นจำนวนมาก ทำให้ธุรกิจนาฬิกาของชาวสวิสเฟื่องฟูกลับขึ้นมาอีกครั้ง

นาฬิกา Swatch แม้จะราคาถูก แต่คุณภาพนั้นจัดอยู่ในอันดับสูง นาฬิกาทุกเรือนสามารถกันน้ำได้ บางเรือนก็สามารถจับเวลาได้ เป็นต้น ทำให้ธุรกิจนาฬิกาของชาวสวิสส่งออกได้ประมาณ 95% ของจำนวนการผลิต สวิตเซอร์แลนด์จึงเป็นผู้ส่งออกนาฬิกาอันดับหนึ่งของโลก

ในปี ค.ศ. 2004 สวิสส่งออกนาฬกาประมาณ 25 ล้านเรือน มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 9,000 ล้านดอลล่าร์ แม้เมืองจีนจะมีการส่งออกนาฬิกาถึง 1,000 ล้านเรือน และฮ่องกง 700 ล้านเรือน ก็ตาม แต่มูลค่าของนาฬิกาสวิสนั้นสูงกว่าสองประเทศนี้อยู่มาก ว่ากันว่า นาฬิกาจากจีน เฉลี่ยเรือนละ 1 ดอลล่าร์ ฮ่องกง เฉลี่ยเรือนละ 5 ดอลล่าร์ แต่นาฬิกาสวิสนั้นกลับเฉลี่ยเรือนละ 329 ดอลล่าร์ เลยทีเดียว

ปัจจุบันนาฬิกาสวิสมีรูปแบบให้เลือกหลากหลาย รวมถึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่าเจ้าอื่นอยู่มาก นาฬิกาสวิสทุกวันนี้ 90% เป็นนาฬิกาแบบอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนอีก 10% เป็นนาฬิกาแบบไขลาน แต่มีการส่งออกถึงครึ่งนึงของทั้งหมด ราคานาฬิกาไขลานของสวิสนั้นไม่ต้องพูดถึงกันเลยทีเดียว บางเรือนแพงกว่ารถ BMW เลยก็ว่าได้ เพราะเป็นนาฬิกาที่มีกลไกซับซ้อนมากที่สุดในโลก

นาฬิกาของสวิส จะมีตรารับประกันคุณภาพไว้ว่า “Swiss Made” ตรานี้มีการเซ็นสัญญาระดับทวิภาคีและพหุภาคีในระดับสากล เพื่อให้ประเทศสวิตเซอร์แลนด์สามารถฟ้องร้องคนที่เอาตรานี้ไปลักลอบใช้ กับนาฬิกาของปลอมได้ ว่ากันว่าหากเราเดินทางเข้าประเทศสวิส ในขณะผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ถ้าเขาตรวจพบว่านาฬิกา ROLEX สุดเท่ของเราเป็นของปลอม เขาสามารถริบเก็บไว้ หรือเอาค้อนทุบต่อหน้าเราได้ในทันที เพราะชาวสวิสให้ความสำคัญกับตรา “Swiss Made” เป็นอย่างมาก

ยี่ห้อนาฬิกาสวิสบางส่วน
• A Lange & Sohne
• Audemars Piguet
• BVLGARI
• Bedat & Co.
• Breguet (ยี่ห้อเบรเกะต์ คือนาฬิกาที่นโปเลียนเคยสั่งทำ)
• Bell & Ross
• Breitling
• Cartier
• Corum
• De Grisogono
• Ebel
• EmaS
• Franck Muller
• Girard-Perregaux
• Glycine
• Harry Winston
• IWC (ย่อมาจาก International Watch Company – สุดยอดนาฬิกาดีและแพงอีกยี่ห้อหนึ่ง)
• Jaeger-LeCoultre
• Louis Vuitton
• Omega
• Oris
• Panerai
• Patek Philippe
• Prestige
• Roger Dubuis
• Rolex
• Scatola Del Tempo
• Tag Heuer
• Tudor
• Vintage Rolex
• Ulysse Nardin
• Vacheron Constantin
• Zenith