Category Archives: ประเทศฝรั่งเศส

มงต์ แซงต์มิเชล

“มงต์ แซงต์มิเชล” (MONT SAINT MICHEL) เป็นวิหารที่ตั้งอยู่บนเกาะโดดเดี่ยวกลางทะเลชายฝั่งตะวันตกของประเทศฝรั่งเศส หนึ่งในสถาปัตยกรรมสมัยโบราณที่มีภูมิทัศน์น่าทึ่งที่สุดในยุโรป จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรม โดยองค์การยูเนสโกในปีค.ศ.1979 ความเก่าแก่ที่ทรงเสน่ห์ และร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ยุคกลางที่ฝั่งแน่นอยู่ทุกซอกหิน ทำให้นักเดินทางทั่วโลกมากกว่าสามล้านคนต่อปี เดินทางมาสัมผัสวิหารแห่งนี้ด้วยตนเอง

ในอดีตหากท่านต้องการเดินทางมาชื่นชมความอัศจรรย์ของมงต์ แซงต์มิเชล (MONT SAINT MICHEL) แล้วล่ะก็ ท่านจะต้องขับรถผ่านถนนที่สามารถเดินทางได้เฉพาะช่วงน้ำลงเท่านั้น แต่ในปัจจุบันมีสะพานที่เชื่อมต่อกับแผ่นดิน พร้อมบริการรถรับส่งจากฝั่งถึงบริเวณเกาะ อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเดินเท้าบนสะพานจากฝั่งไปถึงเกาะเสียมากกว่า เพื่อจะได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของน้ำทะเล และท้องฟ้าสีครามอย่างใกล้ชิด โดยมีวิหารอันศักดิ์สิทธิ์เป็นจุดหมายอยู่ตรงหน้า เดินไปพลาง ชื่นชมความสวยงามไปพลาง ให้ความรู้สึกราวกับว่ากำลังเดินทางเข้าไปในโลกแห่งเทพนิยาย ที่มีปราสาทอันใหญ่โตของเจ้าหญิงแสนสวยตั้งสง่าอยู่

เมื่อท่านมาถึงบริเวณเกาะ ก็จะสัมผัสได้ถึงความอลังการของสิ่งก่อสร้างยุคกลาง ที่มีความสวยสมบูรณ์แบบราวกับสวรรค์เสก รอบๆเกาะมีป้อมกำแพงขนาดยักษ์ ที่อดีตใช้สำหรับป้องกันการรุกรานจากศัตรู ภายในมีบันไดเป็นทางเดินเพื่อขึ้นไปยังชั้นบน โดยระหว่างทางท่านจะผ่านร้านรวงต่างๆ ที่ได้รับการอนุรักษ์ให้คงสภาพสถาปัตยกรรมยุโรปยุคกลางสุดคลาสสิกเอาไว้

ด้านบนเป็นวิหารหินแกรนิต ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา ชูยอดแหลมสูงเสียดฟ้า อันเป็นเอกลักษณ์ของมงต์ แซงต์มิเชล (MONT SAINT MICHEL) ที่เป็นที่จดจำของผู้คนทั่วโลก มีรูปปั้นทองอันศักดิ์สิทธิ์ของนักบุญมีคาเอล (Michael) ตั้งสง่าอยู่บนยอดวิหาร คอยปกป้องคุ้มครองเกาะแห่งนี้ให้พ้นภัย ท่านยังสามารถรื่นรมย์ไปกับวิวเบื้องล่างที่สวยงามของทะเลสีฟ้าครามได้อย่างไม่มีเบื่อ

อีกสิ่งที่ห้ามพลาดคือไข่เจียวของโรงแรม La Mere Poulard ของกินขึ้นชื่อแห่งมงต์แซงต์มิเชล (MONT SAINT MICHEL) ที่หากใครอยากลิ้มลอง ต้องสั่งจองล่วงหน้าเท่านั่น เพราะนี้เป็นไข่เจียวฉบับพิเศษของมงต์แซงต์มิเชล ที่เพียงกัดแรก ความหอมอร่อยก็เคล้าไปทั่วปาก รสชาติของไข่เจียวหอมนุ่มละมุ่นลิ้นเป็นที่สุด รับรองได้ว่าท่านไม่เคยได้ลิ้มรสที่ไหนมาก่อนแน่นอน นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีพร้อมทั้งอาหารตาชั้นดี และอาหารปากรสเลิศ

ถึงตอนนี้…ทุกท่านพร้อมหรือยังที่จะมาเปิดประสบการณ์ใหม่ไปกับ มงต์ แซงต์มิเชล(MONT SAINT MICHEL)

บ้านโคล้ด โมเนต์

หากท่านเป็นผู้ที่นิยมชมชอบในศิลปะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปะอิมเพรสชันนิสม์ (Impressionism) ซึ่งเป็นภาพที่ถูกรังสรรค์จากความประทับใจของศิลปิน เชื่อว่าท่านต้องเคยได้ยินชื่อเสียงของ Claude Monet หรือโคล้ด โมเนต์ จิตรกรชาวฝรั่งเศสคนสำคัญของโลกอย่างแน่นอน โมเนต์เป็นจิตกรที่เรียกได้ว่าทั้งหลงรัก และหลงใหลในความสวยงามของธรรมชาติ สังเกตได้ว่าภาพวาดของเขาเกือบทั้งหมดจะมีความเกี่ยวพันกับดอกไม้ ใบหญ้า ป่าเขา ลำธาร และท้องฟ้า ในปี 1883 เมื่อโมเนต์เริ่มมีชื่อเสียงเงินทอง เขาได้เลือกหมู่บ้านเล็กๆ ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามอย่าง GIVERNY เพื่อปลูกบ้าน และใช้ชีวิตรังสรรค์งานศิลปะท่ามกลางธรรมชาติอย่างที่เขาฝันใฝ่ จวบจบวาระสุดท้ายของชีวิต

โมเนต์ได้สร้างสวนขึ้นในบริเวณบ้านด้วยความรัก และจินตนาการ ทำให้สวนของเขามีความสวยงามที่แสนอบอุ่น มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร สวนแห่งนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ “สวนดอกไม้” ที่มีดอกไม้นานาพันธุ์เบ่งบานอวดสีสัน แข่งกันชูช่อคอยต้อนรับ และให้ความรื่นรมย์แก่ผู้มาเยือน และ“สวนบึง” ที่มีสะพานสไตล์ญี่ปุ่น และบึงบัวที่ถูกโอบกอดด้วยต้นต้นไม้หลากหลายชนิดที่เปลี่ยนสีสันไปตามฤดูกาล ทำให้ภาพของโมเนต์ที่วาดจากบริเวณเดียวกัน ให้อารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไปตามช่วงเวลา ถือว่าสวนที่ทรงเสน่ห์ทั้ง 2 แห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการขีดเขียนพู่กันของเขา

เมื่อเดินผ่านเข้าไปในบ้านทรงแปลกที่มีความยาวถึง 40 เมตร แต่กว้างเพียง 5 เมตร ท่านก็จะพบกับภาพของศิลปินญี่ปุ่นตกแต่งอยู่ตามบริเวณต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องรับแขก ตามทางเดิน หรือแม้แต่ห้องรับประทานอาหาร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโมเนต์มีความสนใจในศิลปะญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก เมื่อมองไปรอบๆ ท่านจะสังเกตเห็นได้ว่าภายในตัวบ้าน มีหน้าต่างบานใหญ่อยู่จำนวนมาก ทั้งนี้เหตุผลที่สำคัญไม่ใช่เหตุผลทางวิศวกรรม แต่เพื่อให้โมเนต์สามารถชื่นชม และซึมซับความสวยงามของธรรมชาติในสวนได้จากทุกมุมของบ้าน

นอกจากนั้นท่านก็ไม่ควรพลาดที่จะเดินเล่นรอบๆ หมู่บ้าน GIVERNY เพื่อจะได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าทำไมจิตกรระดับโลกอย่างโมเนต์ ถึงเลือกมาใช้ชีวิตจนถึงลมหายใจสุดท้ายที่หมู่บ้านเล็กๆ ที่ห่างไกลแห่งนี้ ท่านจะได้สัมผัสกับความสวยงามของ ทุ่งหญ้า ดอกไม้ อากาศที่แสนบริสุทธิ์ และประกายความงามของธรรมชาติ คนรุ่นหลังอย่างเราๆ ท่านๆ ต้องรู้สึกขอบคุณมูลนิธิบ้าน และสวนของโมเนต์ ที่ดูแลรักษาตำราเรียนศิลปะที่มีชีวิตแห่งนี้ ให้เราได้มีโอกาสมาตามรอยความอัศจรรย์ของฝีแปรงอันทรงเสน่ห์ที่โมเนต์ฝากไว้ให้โลกจารึก