Category Archives: ประเทศแคนาดา

อุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ Jasper National Park

วันนี้เราจะนำทุกท่านเดินทางผ่านเส้นทางที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลกอย่าง “Icefields Parkway” ในประเทศแคนาดา เส้นทางสุดเอ็กคลูซีฟที่ท่านจะได้ดื่มด่ำกับทิวทัศน์ที่สวยงามราวกับสวรรค์เสก สองข้างทางเป็นป่าสนทึบสีเขียวชอุ่ม มีเทือกเขาสูงตั้งตระหง่านเป็นแนวฉากหลัง มีธารน้ำสีฟ้าใสทอประกายสีเขียวระยิบระยับแวววาว เป็นดั่งสัญญาณแห่งการต้อนรับผู้มาเยือน เพื่อเข้าสู่ “อุทยานแห่งชาติแจสเปอร์” (Jasper National Park) อันเป็นจุดหมายปลายทางของเรา

อุทยานแห่งชาติแจสเปอร์เป็นอุทยานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน Canadian Rockies ตั้งอยู่ในรัฐแอลเบอร์ตา (Alberta) ครอบคลุมพื้นที่กว่า 10,878 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนมากเป็นหุบเขากว้างใหญ่สลับกับภูเขาขรุขระ มีป่าสน ทะเลสาบ น้ำตก สัตว์ป่าหาชมยากต่างๆ หรือแม้แต่ธารน้ำแข็ง ความหลากหลายทางธรรมชาตินี้เอง ที่ทำให้อุทยานแจสเปอร์ถูกตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี 1930 และยังได้เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลกใน Canadian Rocky Mountain Parks เมื่อปี 1984

สำหรับการเดินทางครั้งนี้ จุดหมายแรกที่ท่านต้องไปชมให้ได้ คือทะเลสาปที่ใหญ่ที่สุดของอุทยานอย่าง “ทะเลสาบมาลีน” (Maligne Lake) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทะเลสาบแห่งนี้จะงดงาม ราวกับมีคาถาเสกร่ายเวทมนต์ให้ผู้มาเยือนทุกคนหลงรักตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็น

เรือลำน้อยจะพาท่านไปอยู่ในใจกลางสายน้ำสีฟ้าใสที่กว้างใหญ่ เห็นผิวน้ำทอประกายสะท้อนกับแสงแดดอ่อนๆ ฟังเสียงใบไม้โบกพัดเสียดสี เคล้าคลอไปกับเสียงร้องของสัตว์ป่า พลางสูดอากาศบริสุทธิ์ให้ชื่นช่ำหัวใจ ช่างเป็นช่วงเวลาที่ไม่อยากให้ผ่านพ้นไปเลยจริงๆ

นอกจากนั้นยังมี “มาลีนแคนยอน” (Maligne Canyon) ที่โด่งดัง และน้ำตกสีสวยอย่าง “น้ำตกแอทธาบาสก้า” (Athabasca Falls) ที่ท่านต้องไม่พลาดไปเก็บรูปสวยๆ ไว้เป็นที่ระลึก

ปิดท้ายด้วย “ทะเลสาปฮันนีมูน” (Honeymoon Lake) ทะเลสาบสีสวยที่แสนเงียบสงบสุดโรแมนติก เหมาะสำหรับคู่รักที่จะมาใช้เวลามาดื่มด่ำบรรยากาศที่แสนหวานหอมด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า เหลือเพียงเสียงสายน้ำและสายลมที่แผ่วเบา เบื้องบนเห็นเพียงแสงจันทร์และดวงดาวส่องประกายเต็มท้องฟ้า เป็นค่ำคืนสุดพิเศษที่แสนอบอุ่นสำหรับคุณและคนรักเท่านั้น การเดินทางครั้งนี้…นอกจากจะทำให้ท่านตกหลุมรักธรรมชาติที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติแจสเปอร์แล้ว…ท่านยังจะได้ตกหลุมรักคนข้างกายของท่านอีกครั้ง

เมืองวิสเลอร์ (WHISTLER)

จะมีสักกี่สถานที่ในโลกที่มีความสวยงาม และโดดเด่นจนสามารถจัดกีฬาโอลิมปิกได้…หนึ่งในนั้นคือ “วิสเลอร์” (WHISTLER) เมืองแห่งสกีรีสอร์ท ในเมือง BRITISH COLUMBIA ประเทศแคนาดา ที่มีผู้คนอาศัยอยู่อย่างถาวรเพียง 9,965 คน แต่ในแต่ละปีกลับมีผู้คนหลั่งใหลมาเยือนมากมายถึงสองล้านคน

เมืองวิสเลอร์ (WHISTLER) เริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในปี 2010 จากการที่เมืองแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นสถานที่แข่งขันกีฬาโอลิมปิค และกีฬาคนพิการฤดูหนาว หลังจากนั้นสถานที่แห่งนี้ก็กลายเป็นเป้าหมายปลายทางสำหรับผู้หลงใหลในกีฬาสกีจากทั่วทุกมุมโลก

WHISTLER VILLAGE หมู่บ้านในฝันที่มีสองภูเขาใหญ่อย่าง WHISTLER MOUNTAIN (2,182 เมตร) และ BLACKCOMB MOUNTAIN (2,284เมตร) ตั้งสูงตระหง่านเป็นฉากหลัง ความลงตัวระหว่างภูเขาสูงอันเป็นผลงานชิ้นโบแดงจากธรรมชาติ และสิ่งก่อสร้างทรงสวยจากฝีมือมนุษย์ ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้สวยงามราวกับเป็นหมู่บ้านในความฝัน นอกจากภูมิทัศน์ที่โดดเด่นแล้ว หมู่บ้านแห่งนี้ก็มีความสะดวกสบายเป็นอย่างมาก มีห้องพักให้เลือกตั้งแต่ห้องพักขนาดเล็กไปจนถึงโรงแรมหรูที่มีห้องพักเห็นวิวของภูเขาทั้งสองลูกได้อย่างชัดเจนราวกับเอื้อมมือถึง มีร้านอาหารรสเลิศมากมาย ร้านไวน์ชั้นเยี่ยม หรือแม้แต่ร้านแกแฟ และเบเกอรี่ก็มีไว้พร้อมบริการ

ที่สำคัญที่สุด คือ ลานสกี และเส้นทางจักรยานที่ห่างจากตัวหมู่บ้างเพียงอึดใจ ราวกับว่าแค่เปิดประตู และก้าวออกไป ท่านก็จะหลุดเข้าไปในโลกอีกใบหนึ่งเลยทีเดียว ในช่วงฤดูหนาวภูเขาสูงชันจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน ตัดกับสีฟ้าครามของท้องฟ้าอย่างงดงาม เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้ผู้คนที่หลงใหลในกีฬาสกีจากทั่วโลกมาเยือน เพื่อแต่งแต้มสีสันให้กับเทือกเขาสีขาวได้มีชีวิตชีวา

ในช่วงฤดูร้อนนอกจากสกีบนยอดเขาแล้ว ท่านยังสามารถสนุกสนานไปกับการปีนเขาหรือขี่จักรยานไต่ภูเขาเพื่อพิชิต BLACKCOMB MOUNTAIN ได้อีกด้วย ตลอดสองข้างทางเป็นป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ มีเส้นทางขึ้นลงที่โลดโพน เป็นที่ถูกอกถูกใจผู้ที่ชื่นชอบความท้าทายเป็นอย่างดี แล้วอย่าลืมแวะไปที่ WHISTLER MUSEUM สถานที่ที่รวบรวมความเป็นมาของเมือง WHISTLER ไว้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึง SQUAMISH-L’ILWAT CULTURE CENTRE พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมวัฒนธรรม

สิ่งแกะสลักถักทอ และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของคนพื้นถิ่นไว้อย่างครบถ้วน ปิดท้ายด้วยการถ่ายรูปคู่กับสัญลักษณ์ห้าห่วงของกีฬาโอลิมปิกที่ WHISTLER OLYMPIC PARK ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อครั้งจัดโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 2010 เพื่อเป็นหลักฐานว่าท่านได้มาพิชิตเมือง WHISTLER แล้วจริงๆ

เกาะ THOUSAND ISLANDS

สำหรับท่านที่รักสุขภาพ และโปรดปรานสลัดผัก คงไม่มีใครไม่รู้จักเทาส์ซันไอซ์แลนด์ น้ำสลัดสีส้มรสชาติอมเปรี้ยวนิดๆ ที่ใครหลายคนยกให้เป็นสุดยอดของน้ำสลัด ที่ไม่ว่าจะทานกับผักชนิดใด ก็ทำให้สลัดจานนั้นอร่อยเกินคำบรรยาย ทว่า…ท่านทราบหรือไม่ว่าเทาส์ซันไอซ์แลนด์นั้นมีอยู่จริง และก็เป็นสุดยอดของสถานที่ ที่ไม่ว่าใครได้ไปเยี่ยมเยียน ก็ต้องตกหลุมรักเข้าทุกราย

เทาส์ซันไอซ์แลนด์ (THOUSAND ISLANDS) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในรัฐออนแทรีโอ (ONTARIO) ประเทศแคนาดา มีขนาดกว้างใหญ่ถึง 40 ตารางไมล์ มีลักษณะทางกายภาพเป็นเกาะหินแกรนิตที่มีน้ำจืดล้อมรอบ และต่อมาเกิดการทรุดตัวของหิน ทำให้เกิดเป็นเกาะแก่งน้อยใหญ่ที่สวยงามมากมายถึง 1,864 เกาะ จนได้ชื่อว่า เทาส์ซันไอซ์แลนด์ (THOUSAND ISLANDS) หรือดินแดนพันเกาะในภาษาไทย

การเดินทางครั้งนี้ เราจะพาท่านลงเรือล่องไปตามสายน้ำที่ทอดยาวสุดลูกตา ตลอดทางมองเห็นบ้านเรือนทรงสวยตั้งเรียงรายตามเกาะต่างๆ บ้างก็เป็นโรงแรม บ้างก็เป็นร้านค้า สักพักเราก็มาถึงไฮไลท์ของหมู่เกาะแห่งนี้ นั่นก็คือ BOLDT CASTLE ปราสาทในฝันแสนสวยที่ตั้งตระหง่าน โดดเด่นเห็นแต่ไกล อันเป็นอนุสรณ์แห่งความรักของ BOLDT ที่มอบให้แด่ LOUISE ภรรยาสุดที่รักของเขา

ปราสาทสุดอลังการแห่งนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 1900 แต่เพียงสี่ปีให้หลังภรรยาของเขาก็ได้เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน ทำให้ BOLDT ปวดร้าวกับเหตุการณ์นี้เป็นอย่างมาก จนเขาไม่สามารถจินตนาการถึงปราสาทในฝันที่ไม่มีภรรยาผู้เป็นดั่งดวงใจของเขาได้ เขาจึงสั่งระงับการสร้าง และไม่เคยกลับไปที่นั้นอีกเลย กระทั่งปี 1977 มีการปรับปรุง และต่อเติมปราสาทแห่งความรักแห่งนี้ให้เสร็จสมบูรณ์ โดยปัจจุบันเปิดบริการให้ผู้คนเข้าเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมที่แสนยิ่งใหญ่ และสัมผัสถึงเรื่องราวความรักอันแสนทรมานที่แอบซ่อนไว้ทุกซอกมุมหิน

ต่อกันด้วย WELLESLEY ISLAND STATE PARK ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับครอบครัวเป็นที่สุด ที่ PARK นี้มีกิจกรรมมากมายให้คุณพ่อ,คุณแม่และเด็กๆได้ร่วมสนุกกัน ไม่ว่าจะเป็นตกปลา ปีนเขา ขี่จักรยาน พายเรือคายัค รวมถึงการแคมป์ปิ้งริมน้ำ เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาของครอบครัวที่จะมีแต่เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มแห่งความสุขเท่านั้น

ก่อนกลับต้องไม่พลาดไปเยี่ยมชมโรงไวน์ชั้นเลิศต่างๆ ตามเส้นทาง THOUSAND ISLANDS-SEAWAY WINE TRAIL ที่ขึ้นชื่อว่ามีไวน์รสเลิศที่เข้ากับบรรยากาศที่เลิศรสของ THOUSAND ISLANDS เป็นอย่างดี เชื่อว่าดินแดนพันเกาะแห่งนี้จะทำให้ช่วงวันพักผ่อนของทุกท่านพิเศษกว่าครั้งไหน

อุทยานแห่งชาติโยโฮ (YOHO NATIONAL PARK) ประเทศแคนาดา ถ้าเปรียบ “BANFF NATIONAL PARK” ที่โด่งดังเป็นไวน์ขาวชั้นดีของเทือกเขาแคนาเดี้ยน ร็อคกี้ (CANADIAN ROCKY MOUNTAINS) อุทยานแห่งชาติโยโฮ (YOHO NATIONAL PARK) ก็คงเป็นสเต็กเนื้อชั้นเลิศที่ต้องทานคู่กันเพื่อรสชาติที่สมบูรณ์ที่สุด

หากท่านมีโอกาสไปเยี่ยมเยือนอุทยานแห่งชาติ BANFF ที่โด่งดังของเทือกเขาแคนนาเดียนร็อคกี้แล้ว ก็ต้องไม่พลาดอุทยานแห่งชาติโยโฮ (YOHO NATIONAL PARK) เช่นกัน อุทยานแห่งนี้ตั้งขึ้นเมื่อปี พ. ศ. 2429 โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อดูแลรักษาภูมิทัศน์ และความสมบูรณ์ของธรรมชาติไว้ คำว่า YOHO มาจากภาษา CREE แปลว่า ทำให้ตกใจ/ประหลาดใจ อุทยานแห่งนี้แม้จะเป็นอุทยานขนาดเล็กที่สุดในแทบเทือกเขาร็อคกี้ แต่ก็เต็มไปด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติที่จะทำให้ท่านตื่นตาตื่นใจตลอดการเดินทางสมกับชื่อ YOHO

อุทยานแห่งชาติโยโฮ (YOHO NATIONAL PARK) เป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด มีสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น หมี กวาง หมาป่า และแพะภูเขาจำนวนมาก โดยแถว YOHO VALLEY ถือว่าเป็นจุดที่ดีที่สุดในการดูแพะภูเขา เมื่อเดินต่อไปอีกหน่อยก็จะเป็นจุดชมนกมากกว่า 200 ชนิด ทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ เช่น นกเหยี่ยว นกอินทรี และนกน้ำประเภทต่างๆ

ไฮไลต์ที่น่าทึ่งที่สุดของอุทยานแห่งชาติโยโฮ (YOHO NATIONAL PARK) ก็คือ TAKAKKAW FALLS น้ำตกที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของแคนาดา เจ้าของความสูง 384 เมตรโดยคำว่า TAKAKKAW เป็นคำที่มาจากภาษา CREE เช่นกัน แปลว่า “สวยงาม” ซึ่งแน่นอนว่าชื่อ TAKAKKAW ก็คงการันตีได้อย่างชัดเจนว่าน้ำตกแห่งนี้มีความสวยงามมากเพียงใด

อีกทั้งยังมีทะเลสาบมรกต (EMERALD LAKE) ที่น้ำสีเขียวใสราวกับเป็นบ่ออัญมณีล้ำค่าที่ถูกคุ้มครองรักษาไว้โดยขุนเขาสูงใหญ่ อันเป็นสถานที่ยอดนิยมในการพายเรือแคนู เพื่อซึมซับอากาศบริสุทธิ์ และความสวยงามของอัญมหณีทางธรรมชาติแห่งนี้อย่างใกล้ชิดที่สุด

และอย่าลืมแวะไปที่สะพานธรรมชาติ (NATURAL BRIDGE) ซึ่งเป็นสะพานข้ามน้ำที่เกิดจากการกัดเสาะของน้ำ เป็นเสมือนของขวัญชิ้นพิเศษจากธรรมชาติที่มอบไว้ให้อุทยานแห่งชาติโยโฮ (YOHO NATIONAL PARK)

ท่านสามารถมาเยือนอุทยานแห่งนี้ได้ตลอดทั้งปี เพราะความสวยงามทางธรรมชาติของที่นี้จะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปตามแต่ฤดูกาล เช่น ในช่วงฤดูหนาว ซึ่งกินเวลาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนมีนาคม สถานที่นี้จะกลายเป็นจุดหมายยอดฮิตสำหรับการเล่นสกีและสโนว์ชูส์ ในเดือนพฤษภาคมหุบเขาด้านล่างจะเริ่มกลายเป็นสีเขียวชอุ่ม ความชุ่มชื้น และอบอุ่นเริ่มแผ่ตัวเข้ามาปกคลุมอุทยาน

ภายในกลางเดือนกรกฎาคม จะเป็นเวลานัดหมายของดอกไม้ป่านานาพันธุ์ที่จะออกดอกชูช่อต้อนรับผู้มาเยือนอย่างพร้อมเพรียงกัน และในเดือนกันยายนต้นสน SUBALPINE จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ตัดกับฉากหลังสีเขียวของเทือกเขา และสีฟ้าของท้องฟ้าเบื้องบน เป็นความสวยงามที่กำลังรอให้ท่านมาเยี่ยมเยือนสักครั้ง